ภาคินัย...นักเขียนที่คุณ ต้องห้ามพลาด!



สำหรับหนอนหนังสือและผู้ที่รักกการอ่านทั้งหลายนั้น ต่างก็มีแนวนิยายที่ชอบต่างกันไป บ้างก็ชอบนิยายรัก บ้างก็ชอบแนวแฟนตาซี แต่มีนักอ่านกลุ่มหนึ่งที่เป็นแฟนคลับนิยายแนวลี้ลับ สยองขวัญ

วันนี้บุ๊คดีดีขอชักชวนทุกคนมาพูดคุยทำความรู้จักกับหนึ่งในหกนักเขียนแนวลี้ลับสยองขวัญที่ต้องห้ามพลาดจากบทความก่อนหน้ากันค่ะ บุ๊คดีดีมั่นใจว่านักเขียนคนนี้มีแฟนคลับติดตามอยู่จำนวนไม่น้อยทีเดียว หลายเรื่องของเขาได้รับการพิมพ์ซ้ำ และได้รับการติดต่อขอซื้อไปทำละคร ที่ยิ่งไปกว่านั้นมีหนังสือของเขาถูกขอซื้อไปแปลเป็นภาษาอื่นอีกด้วย

มาถึงตรงนี้คิดว่าหลายคนน่าจะเดาออกแล้วว่านักเขียนที่เราพูดถึงอยู่นี้เป็นใคร ใช่แล้วค่ะ! เรากำลังพูดถึงคุณภาคินัยกันค่ะ

- อยากจะขอให้แนะนำตัวเองสักหน่อยค่ะ
ชื่อภาคินัย กสิรักษ์ครับ ชื่อเล่นแอมป์ อายุ...เป็นเพียงแค่สายมผ่านพัดไป เธออย่าคิดมากได้ไหม (หัวเราะ)

- แล้วตอนนี้เขียนหนังสือเป็นอาชีพหรือทำงานประจำคะ
เขียนหนังสือเป็นอาชีพครับ

- เริ่มเขียนหนังสือเมื่อไร นานไหมกว่าจะได้ตีพิมพ์เล่มแรก และตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ใดคะ
น่าจะเริ่มเขียนหนังสือมาได้เกือบยี่สิบปีแล้วครับ เล่มแรกเลยออกกับสนพ. อักขระบันเทิงที่ตอนนี้คือ สนพ.โซฟาครับ กว่าจะออกเล่มแรก ใช้ระยะเวลาร่วมปีครับ

- อยากทราบว่าผลงานเรื่องแรกที่ได้ตีพิมพ์คือเรื่องอะไร แล้วเป็นผลงานเรื่องแรกที่เขียนจบด้วยหรือเปล่าคะ
ผลงานเล่มแรกคือบทความชื่อ “ความรักกัดขา (วันที่หมาติดปาก)” เขียนจบเล่มแรกครับ

- ผลงานที่สร้างชื่อให้กับผลงานที่ภาคภูมิใจละคะ
ผลงานทุกเล่มคือความภูมิใจครับ แต่ถ้าให้เลือกผลงานที่ทำให้คนรู้จักจนวันนี้คือ นางชฎา ครับ

- อยากทราบว่าคุณภาคินัยมีวิธีการทำงานอย่างไร ใช้เวลานานไหมกว่าจะเขียนจบหนึ่งเรื่อง
การทำงานของผมเริ่มจากคิดธีมหลักของเรื่องก่อนครับแล้วค่อยๆเขียนเรื่องย่อคร่าวๆไว้แล้วทำทรีตเม้นท์ทีละส่วน เพราะงานแนวสยองขวัญระทึกขวัญมันเปลี่ยนได้ตลอดเวลา คนอื่นอาจจะตายตัวแต่ของผมไม่ครับ

- แสดงว่าพลอตตั้งแต่แรกที่คิดกับกับเนื้อเรื่องตอนเขียนจบอาจจะไม่เหมือนกันเสียทีเดียวใช่ไหมคะ แล้วอะไรเป็นตัวแปรทำให้เราเปลี่ยนคะ
ใช่ครับ บางทีสถานการณ์ก็ทำให้ตัวละครเปลี่ยนไป การตัดสินใจต่อเรื่องราวอาจะพัฒนาไปตามตัวละครครับ บางทีเราคิดว่าแบบนี้สนุกแล้ว แต่ถ้าเราบิดไปอีกทางจะสนุกกว่าก็เปลี่ยนครับ

- เคยเห็นคุณภาคินัยเล่าพลอตที่คิดได้ไว้หน้าเฟซบุ๊กส่วนตัว ทุกครั้งที่อ่านจะรู้สึกทึ่งว่า คิดได้อย่างไร อยากทราบว่าคุณภาคินัยมีวิธีการคิดพลอตและแรงบันดาลใจจากอะไรคะ แล้วเอาจินตนาการเหล่านี้มาจากไหน
พล็อตมันมักมาเองจากสิ่งรอบตัวครับ บางทีแค่โฆษณาทีวี ข่าว ผมก็ต่อยอดให้มันเป็นเรื่องได้ หรือบางทีมันก็วิ่งมาเองก็จะจดๆไว้ก่อน พอจะเขียนก็มาเลือกๆจากที่จดไว้มาต่อยอดให้มันเป็นเรื่องครับ อย่างที่บอกพลอตของผมจะไม่ตายตัว มันจะดิ้นไปตามเรื่อง นั่นอาจเป็นเสน่ห์ของนิยายแนวนี้ครับ คือเดาเรื่องไม่ได้เพราะคนเขียนก็จะไม่เดาเรื่องของตัวเอง ปล่อยให้ตัวละครพาไปครับ


- นักเขียนแต่ละคนมักมีช่วงเวลาการทำงานที่แตกต่างกัน อยากทราบว่าภาคินัยละคะมีช่วงเวลาไหนที่ชอบที่สุด รู้สึกว่าทำงานได้ลื่นไหลไม่ติดขัด
อย่างแรกคือตอนสบายใจไม่กดดันครับและตอนดึกๆ หน่อยครับ

- ปกติคุณภาคินัยเขียนแนวสยองขวัญหักมุม แล้วมีแนวไหนบ้างคะที่ยังไม่เคยเขียนและอยากลองเขียน
เขียนมาแล้วทุกแนวครับแต่จะหนักไปทางสยองขวัญระทึกขวัญมากกว่า ที่อยากลองเขียนไม่มีเลยครับเพราะเขียนหมดแล้ว555 แต่ถ้าไม่ถนัดอยากจะฝึกเขียนอีกคือแนวอิโรติกครับ

- ทำไมถึงอยากลองเขียนแนวอิโรติกละคะ แล้วจะเป็นอิโรติกแนวสยองขวัญอย่างที่ถนัดหรือเปล่าคะ
เนื่องด้วยเป็นแนวเดียวที่ยังไม่เคยลองครับ แต่เป็นคนใสใส (ยิ้มซื่อ) ไม่ค่อยประสีประสาเลยคิดว่าคงทำได้ไม่ดีนัก เลยขอศึกษาแนวนี้ก่อน อาจเอามาผสมผสานกับนิยายแนวที่ตัวเองถนัดในอนาคตครับ

- ทีมงานเชื่อว่าหลังอ่านบทสัมภาษณ์นี้แล้ว ต้องมีแฟนคลับภาคินัยรออ่านแนวนี้อยู่แน่ๆ ค่ะ มาต่อนะคะ เมื่อสักครู่คุณภาคินัยบอกว่าเขียนมาหมดทุกแนวแล้ว อยากทราบว่าใช้นามปากกาภาคินัยนี้ด้วยหรือเปล่าคะ หรือว่ามีนามปากกาอื่นอีก
มีภาคินัย แอมป์ ภคิน ครับ

- พอจะเอ่ยชื่อหนังสือแนวอื่นๆ ที่เคยเขียนได้ไหมคะ คุ้นๆ เหมือนกำลังจะเป็นละครด้วยหรือเปล่าคะ 
แนวอื่นๆ ก็คือแนวรักๆ ครับ ที่จะเป็นละครก็มี รอยรักเรือนแรม ทางช่อง7 หรือแนวคอมมิดี้ อย่างคุณชายตำระเบิด ที่จะมารีเมครอบสองแล้วครับ นอกนั้นจะสยองขวัญระทึกขวัญเสียมากกว่า

- หลายเรื่องหลายรสเลยนะคะ เขียนได้หลายแนวแบบนี้แล้วทำไมถึงมาเขียนแนวระทึกขวัญหักมุมได้ละคะ
เนื่องจากชอบดูหนังและอ่านหนังสือแนวระทึกขวัญแนวสยองขวัญครับ พอดูมากๆอ่านมากๆชักรู้สึกงอกเงยในความคิดว่า ถ้าแบบนั้นแบบนี้ จะเป็นยังไง เลยลองเขียนเองเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง พอลองให้คนอื่นอ่านแล้วมันโอเคเลยเขียนแนวนี้เรื่อยมาครับ

- ทราบมาว่านิยายของคุณภาคินัยได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศด้วย เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจนะคะที่ผลงานของนักเขียนชาวไทยได้ดังไกลไปถึงต่างแดน พอบอกได้ไหมคะว่าเรื่องไหนบ้าง แล้วได้รับการแปลเป็นภาษาอะไรคะ
มีแปลเป็นภาษาจีน ขายที่ไต้หวันครับ แล้วก็ภาษามาเลเซียครับ น่าจะรวมๆ กันแล้วหลายสิบเรื่องครับ ถ้าที่ใต้หวันนี่เซ็ต 7วันจองเวรทั้งเซ็ตเลย ส่วนมาเลเซียนี่ก็หลายเล่มครับ ซีรีส์สี่ทิศตาย อย่างล่าสุดก็ ดารันดา หมุนเวลาตาย ถวิล ครับ


- แล้วเล่มล่าสุดที่เพิ่งออกชื่ออะไรคะ พอเล่าเรื่องคร่าวๆ ได้ไหมคะ
BUNRAKU AGAIN เป็นภาคใหม่ไม่ใช่ภาคต่อของ บันรากุหน้ากากฆาตกรรม ครับ เป็นคนที่สวมหน้ากากไปจัดการกับคนที่กฏหมายจัดการไม่ได้

- เล่มใหม่ออกแล้ว ตอนนี้วางพลอตเรื่องที่จะเขียนเรื่องต่อไปหรือยังคะ
เพิ่งเขียนจบจะออกในงานหนังสือเดือนตุลาครับ MY IDOL จับมือไว้แล้ว ‘ตาย’ ด้วยกัน

- เขียนเรื่องใหม่จบแล้วด้วย ไวมากๆ ค่ะ ถ้าอย่างนั้นขอคุยเรื่องการทำงานดีกว่า อยากทราบว่าเวลาคุณภาคินัยทำงานเนี่ย ต้องมีของอะไรติดตัวตลอด ขาดไม่ได้บ้างคะ
เสียงเพลงครับกับยาดม สบู่หอมๆ มานั่งดม55

- ฟังเพลงแนวไหนคะเวลาทำงาน แล้วเสียงเพลงไม่กวนสมาธิเหรอคะ
ครับ ชอบฟังเพลงทุกแนว ตั้งแต่สมัยเรียนเวลาอ่านหนังสือสอบก็ต้องเปิดเพลง เพลงคือทุกสิ่งในชีวิตยิ่งกว่าหนังสืออีกครับสำหรับผม

- สบู่ละคะ เอามาดมนี่ช่วยอะไรเราเป็นพิเศษไหมคะ แบบดมแล้วผ่อนคลาย ดมแล้วนึกที่ติดขัดออกอะไรแบบนี้ แล้วมีกลิ่นอะไรที่ชอบเป็นพิเศษไหมคะ
มันผ่อนคลายดีครับ ที่ชอบมากๆ คือเดทตอลสีเขียวกับนกแก้วสีเขียวครับ ดมจนจมูกเป็นแผลถึงจะพักครับ (หัวเราะ)


- เอาละค่ะ แฟนคลับภาคินัยได้อ่านแล้ว วันหลังอย่าลืมติดไม้ติดมือสบู่เดทตอลกับนกแก้วมาฝากนักเขียนคนโปรดด้วยนะค้า...ทีมงานล้อเล่นค่า เอาละคราวนี้มาถึงคำถามสุดท้ายแล้วค่ะ คุณภาคินัยมีอะไรอยากฝากถึงคนอ่านบ้างไหมคะ
อยากให้คนอ่านมีความสุขกับสิ่งที่คนเขียนสร้างสรรค์ครับ อยากให้คนอ่านได้อะไรจากสิ่งที่คนเขียนสอดแทรกไว้ในเรื่องนอกจากความสนุก ขอเพียงแค่อ่านไม่ว่าจะรูปแบบไหน ผมเชื่อว่าแค่อ่านก็จะเปลี่ยนโลกได้แล้วครับ


ทีมงานบุ๊คดีดีขอขอบพระคุณคุณภาคินัยเป็นอย่างสูงนะคะ ที่ให้เกียรติเว็บน้องใหม่อย่างบุ๊คดีดีสัมภาษณ์ในวันนี้ ขอให้คุณภาคินัยเขียนงานดีๆ สนุกๆ มาให้แฟนคลับอ่านอย่างต่อเนื่องนะคะ

และแม้การพูดคุยกันวันนี้จะจบลงเพียงเท่านี้ แต่เรื่องราวของคุณภาคินัยที่ทีมงานจะนำเสนอนั้นยังไม่จบค่ะ รอติดตามอีกสองคอลัมน์ที่คุณภาคินัยจะมาพูดถึงนักเขียนและหนังสือในดวงใจของเขากันนะคะ สำหรับวันนี้ทีมงานขอลาไปก่อนค่ะ แล้วพบกันใหม่ใน "จับเข่าคุย" คอลัมน์ที่จะเชื้อเชิญนักเขียนในใจคุณมาพูดคุยกันค่ะ


CONVERSATION

Back
to top