5 เคล็ดลับ สำหรับนักเขียนมือใหม่ที่ไม่เคยลงคอร์สเรียนการเขียนมาก่อน


คุณอยากจะเป็นนักเขียน แต่ก็ลังเลไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ครั้นจะลงเรียนตามคอร์สที่เปิดสอนอยู่ทั่วไปก็เลือกไม่ถูกอีกเพราะเยอะแยะไปหมด แต่ละคอร์สก็เคลมว่าของตัวเองดีอย่างนั้นอย่างนี


เอาละ...ก่อนจะไปลงเรียนที่ไหน ลองฝึกปรือตนเองดูก่อนไหม ถ้าอยากจะเป็นนักเขียนจริงๆ ละก็ เรามีคำแนะนำดีๆ ให้คุณได้ลองทำตาม แค่ห้าข้อเท่านั้นค่ะ

1. เขียนบ่อยๆ อ่านเยอะๆ
อยากจะเป็นนักเขียน สำคัญอยู่ที่การลงมือทำ เพราะเมื่อใดที่คุณเริ่มเขียน ก็เท่ากับว่าคุณเข้าใกล้คำว่า "นักเขียน" ไปอีกก้าวหนึ่ง ดังนั้นคำแนะนำแรกที่อยากจะบอกนักเขียนมือใหม่คือ ถ้าอยากเป็นนักเขียน ก็ต้องเริ่มเขียน เขียนให้มาก เขียนให้บ่อย ฝึกเขียนจนกลายเป็นกิจวัตร คุณอาจจะจัดเวลาช่วงใดช่วงหนึ่งระหว่างวันให้เป็น "เวลาฝึกปรือการเขียน" จะเป็นช่วงเช้า ช่วงบ่าย หรือกลางคืนก็แล้วแต่ความสะดวก แต่ถ้าจะให้แนะนำละก็ เวลาที่เหมาะเหม็งที่สุด คือ ตอนเช้า

เช้าๆ หลังตื่นนอน ก่อนที่เราจะรับข่าวสารของวันใหม่ การได้ขีดเขียนจะทำให้เราได้ชำระล้างสมองจากสิ่งที่ตกค้างอยู่ในความคิดเรา

คุณจะใช้เวลาสักเท่าไรนั้นไม่สำคัญหรอก จะห้านาที หรือห้าสิบนาที ใจความสำคัญคือ การที่คุณได้เขียนก็คือคุณได้ฝึกปรือทักษะของตัวเองนั่นเอง

นอกจากฝึกเขียนแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือ การอ่าน อ่านให้เยอะ ให้หลากหลาย การอ่านนอกจากจะเป็นคลังข้อมูลความรู้แล้ว ยังทำให้เราได้ฝึกสังเกตวิธีการเรียบเรียงคำเรียบเรียงประโยค วิธีการผูกเรื่องและสร้างพลอต

นอกจากการอ่านแล้ว การฟังหนังสือเสียง หรือการดูหนังดูภาพยนตร์ก็ใช้ได้เหมือนกันถ้าหากเราดูแล้วเรียนรู้กลวิธีการเล่าเรื่องในแต่ละฉาก

จุดประสงค์หลักก็เพื่อให้เราซึมซับวิธีการเล่าเรื่องจากสิ่งที่เราได้อ่าน ได้ฟัง ได้ดูนั่นเอง

2. เลียนแบบนักเขียน เพื่อเล่นกับงานของเขา
ในทีนี่ไม่ได้หมายความว่าให้คุณลอกงานนักเขียนคนอื่น แต่สิ่งที่จะบอกคือ ให้คุณเลือกเรื่องที่คุณชอบมาสักเรื่อง จะมาหนังสือ ละครโทรทัศน์ ซีรี่ส์โปรด หรือภาพยตร์ที่ประทับใจก็ได้

เมื่อเลือกได้แล้ว ก็ให้คุณสมมติตัวเองว่าเป็นนักเขียนที่อยู่เบื้องหลังหนังสือ ละคร หรือภาพยนตร์เรื่องนั้น แล้วเขียนเรื่องใหม่ขึ้นมา...โดยใช้ตัวละครที่มีอยู่แล้วนั่นแหละดำเนินเรื่อง เราอาจจะคุ้นเคยกับวิธีการเขียนแบบนี้อยู่บ้าง เพราะมีนักเขียนหลายคนที่เขียนเรื่องโดยใช้วิธีนี้ เราเรียกวิธีการเขียนแบบนี้ว่า แฟนฟิก หรือ fanfiction ซึ่งมีความหมายว่า งานเขียนซึ่งเขียนโดยผู้ที่ชื่นชอบงานเขียนชิ้นนั้น หรืองานเขียนที่มีตัวละครมาจากนิยาย ละคร ซีรี่ส์ หรือภาพยนตร์เรื่องใดเรื่องหนึ่ง

การเขียนแบบนี้เปิดโอกาสให้นักเขียนมือใหม่ได้เรียนรู้โดยวิธีการปฏิบัตินั่นเอง แต่ประโยชน์สูงสุดจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ คุณแยกแยะความแตกต่างระหว่างงานของคุณและต้นฉบับ ดูสิว่าภาษาของคุณกับต้นฉบับแตกต่างกันหรือไม่ ตัวละครของคุณไม่ได้แตกแถวจากโทนเรื่องเดิมไปใช่ไหม หรือถ้าใช่...มันเกิดขึ้นเพราะคุณจงใจจะให้มันเป็นแบบนั้น หรือเป็นเพราะคุณนั่นเองที่เอาไม่อยู่

ถ้าคุณใช้ความคิดอย่างสร้างสรร คุณก็จะค้นพบไอเดียใหม่ๆ ผุดตามมาอย่างที่คุณไม่คาดคิด และแน่นอนว่าคุณจะเข้าใจถึงเรื่องพลอต จังหวะและการพัฒนาของตัวละครโดยไม่รู้ตัว


3.ให้คนอื่นๆ ได้ลองอ่านงานของเรา
เขียนแล้วก็อย่าเขินอายที่จะให้คนอื่นได้ลองอ่านงานของเราค่ะ คนอื่นในที่นี้ไม่ควรเป็นเพื่อนฝูง หรือคนใกล้ชิดสนิทสนมนะคะ เพราะสองเหตุผลหลักคือ คนที่รู้จักกับเรา ย่อมไม่กล้าที่จะวิจารณ์หรือออกความเห็นกับเราตรงๆ เมื่อไม่กล้าวิจารณ์เราก็ไม่ได้ประโยชน์เพราะไม่รู้ว่างานของเรามีข้อด้อย ข้อผิดพลาด ควรปรับปรุงตรงไหน

อีกเหตุผลหนึ่งเป็นไปในทางตรงกันข้าม ถ้าเขาวิจารณ์งานเราอย่างตรงไปตรงมา แล้วเราทนรับฟังไม่ได้ ก็จะเกิดความหมางใจกันไปเสียเปล่าๆ

สมัยนี้นักเขียนใหม่มีพื้นที่ให้นำงานไปลงมากมาย ทั้งเว็บไซต์ และแอปบนมือถือ ลองเอางานไปลงให้อ่านตามที่ต่างๆ เหล่านั้น เมื่อมีคำติคำชมก็นำมาปรับปรุงงานของเราให้ดียิ่งขึ้น

อีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจคือ รวมกลุ่มกันกับนักเขียนใหม่คนอื่นๆ แล้วช่วยกันแนะแนวทางเพื่อนำมาใช้พัฒนาผลงานต่อไป

4. เมื่อใดที่คุณอ่านงานตัวเองแล้วเกิดความไม่พอใจ นั่นหมายถึงคุณกำลังพัฒนาฝีมือไปอีกขั้น
เคยไหม? หยิบงานเขียนเก่าๆ ขึ้นมาอ่านแล้วแทบร้องยี้ พร้อมกับเกิดคำถามตามมา...เราเขียนไปได้อย่างไร แย่ขนาดนี้

ถ้าเคยละก็...คุณควรรู้ไว้ว่า เมื่อใดที่คุณมองเห็นจุดบกพร่องในงานของตัวเอง นั่นหมายความว่าคุณได้เติบโตขึ้นอีกขั้น มีสายตาที่เฉียบคมพอที่จะมองเห็นจุดผิดพลาดที่เมื่อก่อนคุณอาจจะมองข้าม และนั่นคือโอกาสที่คุณจะได้ก้าวสู่ขั้นต่อไป

5. สนุกที่จะเขียน
เมื่อใดก็ตามที่เราต้องบังคับตัวเองให้ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด เราจะพบว่าถึงเราทำได้แต่มักขาดความคิดสร้างสรร และเมื่อไร้ความคิดสร้างสรรงานที่ได้ก็จะเป็นงานที่ขาดความน่าสนใจ ไม่สนุกเอาเสียเลย

จะให้งานสนุก...เราก็ต้องสนุกที่จะทำงานด้วย แล้วจะทำงานอย่างไรให้สนุกเล่า ไม่ง่ายนัก...แต่ก็เป็นเรื่องจำเป็นที่สุดสำหรับงานเขียนซึ่งเป็นงานเชิงสร้างสรร

บางทีเคล็ดลับง่ายๆ อย่าง เปลี่ยนสถานที่เขียน เปิดเพลงฟังระหว่างทำงานก็ช่วยได้

บางคนอาจใช้วิธีสลับไปทำงานชิ้นอื่นแก้เบื่อ แล้วจึงกลับมาทำงานชิ้นเดิมต่อ แต่ก็ต้องมีวินัยสูง มิฉะนั้นงานอาจจะไม่เสร็จเลยสักชิ้นเพราะมัวแต่สลับไปทำงานใหม่อยู่เรื่อยๆ

แต่ท้ายที่สุด ถ้าเราสนุกกับสิ่งที่เราทำ เราจะทำได้อย่างไม่มีวันเบื่อ ดังนั้นทุกสิ่งล้วนอยู่ที่ใจเราทั้งสิ้น
"รักในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่รัก"



พบกับ - คอลัมน์ "เกร็ดการเขียน" ได้ที่นี่...ทุกวันพฤหัสบดีค่ะ


เรียบเรียงจาก : http://www.stevenbwilliams.com/five-tips-for-beginner-authors-who-have-never-studied-writing/

CONVERSATION

Back
to top