พอถึงเดือนกุมภาพันธ์ทีไร ทุกคนคงคิดถึงวันแห่งความรักเป็นสิ่งแรก ดังนั้น ดิฉันจึงอยากนำเรื่องราวเกี่ยวกับวิธีคิดพล็อตนิยายรักโรแมนติกมาบอกเล่าเก้าสิบกัน
นิยายแบ่งเป็นหลายประเภทหลายแนว นิยายที่ดิฉันเขียน จัดเป็นนิยายในกลุ่มรักโรแมนติก หรือหากเล่มไหนมีฉากเลิฟซีนหวือหวาหน่อย ก็จัดอยู่ในกลุ่มนิยายโรมานซ์ ซึ่งเน้นเรื่องราวความรักของตัวละครเอกมาเป็นแกนหลักของเรื่อง
แน่นอนว่า ในนิยาย ย่อมต้องทำให้พระนาง พบอุปสรรคมากมายมาขัดขวางไม่ให้รักกันง่ายๆ ไม่ว่าจะพ่อแม่ขัดขวาง พระเอก หรือนางเอกมีคู่หมั้นหรือคนรักอยู่ก่อนแล้ว หรืออื่นๆ อีกมากมายที่คอยกีดกันความรักของทั้งสองเอาไว้ กว่าจะลงเอยกันได้ ก็หืดขึ้นคอ ก็จบเรื่องพอดี
สิ่งนี้เรียกว่าความขัดแย้ง ปม ที่จะใส่ลงไปในนิยาย เพื่อให้เกิดอุปสรรคต่างๆ เพื่อทำให้คนอ่านได้ลุ้น ได้สนุกโลดแล่นไปกับเรื่องราว หากอินจัดๆ ก็พาลคิดว่าตัวเองเป็นนางเอกไปเลย
แล้วพลอตล่ะ มาอย่างไร?
เท่าที่ดิฉันเคยได้ยิน ได้อ่าน เห็นการทำงานของนักเขียนท่านอื่น ก็มักหยิบจับพลอตมาจากเรื่องใกล้ตัวนี่แหละ จากข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ จากสารคดีที่เคยอ่าน หรือจากชีวิตของคนรอบข้าง จับประเด็นที่น่าสนใจขึ้นมาเขียนจนเป็นเรื่องราวได้
ตัวดิฉันเอง แรกเริ่มเดิมที คิดพลอตนิยายเรื่องแรก มาจากข่าวดังในหน้าหนังสือพิมพ์ เมื่อมีการกวาดล้างขบวนการยาเสพติดครั้งใหญ่ เกิดการวิสามัญฆาตกรรมกันหลายร้อยศพ มีข่าวขึ้นหน้าหนึ่งแทบไม่เว้นแต่ละวัน แถมบ้านเกิด ยังเป็นเส้นทางขนส่งยาเสพติดอีกด้วย
อาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่า การเขียนนิยายเรื่องแรก ควรเขียนเรื่องใกล้ตัวก่อน จะดีที่สุด เพราะเรารู้ เราเห็น เราเป็นอับดุล รู้เรื่องราวนอก-ในอย่างละเอียด หรือถ้ายังรู้ไม่ละเอียด ก็พอจะหาคนสอบถามได้ไม่ยาก
ดิฉันก็เขียนเลย เอาเรื่องนี้แหละ เกี่ยวกับยาเสพติดที่ชายแดนก่อนเลย แต่ที่ยากก็คือ ต้องค้นคว้าเกี่ยวกับทหารหน่วยรบพิเศษและซีไอเออยู่นาน กว่าจะพาเจ้าหน้าที่ทั้งสองหน่วยงานมาปราบปรามยาเสพติดได้
ดิฉันจะทำอย่างไรล่ะ ที่จะให้พระเอก นางเอกตกหลุมรักกัน แต่ถ้าตกหลุมรักกันง่ายๆ มันก็ไม่สนุกน่ะสิ จริงไหม? ก็ต้องหาวิธี ให้เกลียดกัน ก่อนจะค่อยๆ เห็นอกเห็นใจ จนรักกันในที่สุด
วิธีคิดง่ายๆ คือ 5 W และ 1 H มาจาก Who What When Where Why และ How
เริ่มจาก เราตั้งคำถามกับตัวเอง แล้วเราก็ตอบคำถามของตัวเองให้ละเอียด ทะลุปรุโปร่งทุกซอกมุม แล้วเราก็เริ่มเขียนเรื่องย่อ เอาเฉพาะส่วนของพระนางก่อนก็ได้ค่ะ แล้วค่อยๆ ต่อเติมเข้าไปทีละนิด เหมือนเราลงเสาเอกบ้านก่อน ส่วนฝาผนัง กำแพง ประตู หน้าต่างก็ค่อยๆ ตามมา ไม่ต้องรีบร้อน เอาแกนเรื่องให้แน่นหนาก่อน เพราะหากแกนเรื่องไม่แข็งแรงเมื่อไหร่ ก็เหมือนเสาบ้านปักบนเลน แค่เจอปัญหานิดเดียว ทุกอย่างก็พังครืน ที่ลงมือเขียนไป มีหวังได้ถูกลื้อเละ ดีไม่ดีอาจต้องเริ่มต้นเขียนกันใหม่
ไม่เอาค่ะ เราจะไม่ทำแบบนั้น ดังนั้น มาสมมติว่า เรากำลังจะเริ่มเขียนนิยายสักเรื่องนะคะ
ปัจจัยแรก
ในการคิดพลอต สำหรับตัวดิฉันเอง และสำคัญที่สุดด้วยคือ "อารมณ์" ค่ะ ดิฉันจะถามตัวเองก่อนเลยว่า ตอนนี้ เวลานี้ อยากจะเขียนนิยายแนวไหน เพราะถ้ามีอารมณ์อยากจะเขียนเท่านั้น ก็มีชัยไปกว่าครึ่งค่ะ
ปัจจัยที่สอง
สำหรับดิฉันที่เรียนธุรกิจมา ดิฉันก็อดจะมองไม่ได้ว่า ตอนนี้ตลาดกำลังต้องการแนวไหน ยกตัวอย่างเช่น ตอนดิฉันเริ่มเขียนนิยายใหม่ๆ บนแผงมีนิยายทะเลทรายเต็มไปหมด ดิฉันก็ตัดสินใจว่า ไม่เขียนดีกว่า เพราะถ้าเขียนแล้วไม่โดดเด่นจริงๆ เราก็คงจะเป็นเม็ดทรายที่จมลงไปในทะเลทรายคงไม่มีใครมองเห็นเรา ส่วน ณ เวลานี้ นิยาย มาเฟีย ทาส เถื่อน ซาตาน โหด หื่น ตัณหาจัด กำลังมาแรงอย่างมาก ดังนั้น หากไม่ใช่แนวเรา จะไปแข่งเขาก็คงจะลำบากเช่นกัน ก็คงต้องหาแนวของตัวเองให้เจอเสียก่อน แล้วเลือกพลอตที่ไม่มีมากจนเกร่อไปในตลาด แต่หากทำให้แปลก โดดเด่นออกมาได้ ก็รับรองความดังได้
ยกเว้นนะคะ หากเขียนจนโด่งดังมีแฟนคลับติดตามแล้ว ตอนนั้น อยากจะเขียนอะไรก็เขียนไปเถอะค่ะ ถ้าพลอตนิยายสนุก ก็มีแฟนติดตามแน่นอนค่ะ
ปัจจัยสุดท้าย
เกี่ยวกับการหาข้อมูล หากหาเรื่องที่เขียนยากนัก การหาข้อมูลอาจเป็นอุปสรรค ดังนั้น ลองรวบรวมข้อมูลเอาไว้ก่อน และมองหาแหล่งที่จะสอบถามได้ในกรณีที่ติดขัด
ทีนี้เราก็เริ่มต้นกันเลย สมมติว่า วันนี้อ่านข่าวหน้าหนึ่งว่า ชายอเมริกันมาตามหาลูกสาวที่เกิดจากผู้หญิงไทยที่เคยมีสัมพันธ์ด้วยเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน แล้วแยกย้ายกันไป โดยขอให้หนังสือพิมพ์ช่วยตามหา เพราะว่าตนเป็นมะเร็ง ภายหลังแต่งงานแล้วไม่มีทายาทสืบสกุล จึงอยากพบหน้าลูกสาวก่อนตาย
ถ้าเราจะเอาข่าวนี้มาเป็นนิยาย จากจุดเล็กๆ จุดเดียว ก็ต้องพยายามขยายวงกว้างออกไปให้ได้ ก็เริ่มต้นจากการตั้งคำถาม 5 W กับ 1 H สำหรับมือใหม่ แนะนำให้วาดภาพประกอบ ว่า กว่าจะมาถึงจุดที่เห็นข่าว จะต้องมีลำดับเหตุการณ์อย่างไรบ้าง เช่น
- ยี่สิบกว่าปีก่อนชายหนุ่มอเมริกัน เรียนจบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ ฐานะดี แบกเป้มาเที่ยวเมืองไทย เจอหญิงสาวที่ถูกใจ จนเกิดมีความสัมพันธ์กันในช่วงไม่กี่เดือนที่มาเที่ยว จากนั้นก็กลับไปแต่งงาน ภายหลังทราบจากจดหมายของหญิงสาวที่เมืองไทยว่าพวกตนมีลูก ได้รับภาพลูกสาวเพียงภาพเดียว ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไร ก็ไม่เคยติดต่อกันอีก
- ผ่านไป 20 ปี ภรรยาที่แต่งงานด้วยเสียชีวิต และตนก็กำลังจะตาย จึงอยากตามหาลูกสาว อยากชดเชยสิ่งที่ตนทำผิดพลาดไปในอดีต ก็เริ่มออกตามหา
- ทางฝั่งหญิงสาว เลี้ยงลูกตามลำพัง จะแต่งงานหรือไม่แต่งงานใหม่ ก็ต้องหาความเหมาะสมของพล็อตตัวเอง เด็กสาวเติบโตขึ้นมาด้วยความลำบาก ทำงานทุกอย่างช่วยแม่ และหาเงินเรียนจบมหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง
- คราวนี้ เราจะมาต่อยอดเรื่องราวจากนี้แล้ว จากจุดนี้ ก็ไปได้หลายทาง ด้วยการวางว่า พระเอกควรจะเป็นใคร? เป็นนักสืบช่วยตามหานางเอก เป็นตำรวจ เป็นหลานชายญาติของพ่อ ที่ต้องการพิสูจน์ว่า นางเอกไม่ใช่ลูกของลุงตัวเอง หรือถ้าจะเอาแนวโหดหื่นหน่อย พระเอกเป็นเจ้าพ่อที่มารับสืบทอดตำแหน่งต่อจากพ่อของนางเอก มาเฟียตบจูบ ให้เป็นที่ถูกใจของตลาดไป พอเจอหน้านางเอกครั้งแรก ก็ต้องการลากขึ้นเตียงทันทีประมาณนั้น
- ได้ตัวพระเอกแล้ว ก็มาหาตัวละครอื่นเพิ่ม พระเอกควรมีผู้ช่วยไหม? เป็นเพื่อนพระเอก เป็นแก้วสารพัดนึก อยากให้พระรองผู้นี้ทำอะไรได้หมด ให้หลงรักนางเอก ให้เป็นเพื่อนนางเอกที่รักนางเอกมาแต่เด็ก คนนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เรื่องเดินต่อไปได้ และที่ขาดไม่ได้สำหรับนิยายรักโรแมนติกคือ นางร้าย หรือจะให้เป็น เพื่อนสาวนางเอก แสนดี แต่ภายใต้หน้ากากที่แสนดีนั้นแสนจะชิงชังนางเอก และเป็นคนที่ทำให้พระนางได้รักและเห็นใจกันในที่สุด
- ทดลองคิด แปะๆ วางๆ ตัวละครของเราให้เรียบร้อย จากนั้น ก็ลองเขียนเรื่องย่อออกมา ตั้งแต่ต้นจนจบ พอคิดไม่ออก ก็กลับไปดูแผนผังโครงสร้างตัวละครที่วาดไว้ ว่าเราจะเติมพล็อตอะไรลงไปได้บ้าง
- ลงมือเขียน เวลาลงมือเขียน สถานการณ์ในนิยายส่วนใหญ่จะเลยเถิดออกจากเรื่องย่อ ไม่ต้องกังวล พยายามไต่ไปตามเส้นเรื่องที่วางไว้ เลยนิดเลยหน่อยไม่เป็นไร แต่ก็ถึงอย่าให้เลยจนกลายเป็นอีกเรื่อง แต่ถ้า เรื่องที่เขียน อ่านแล้ว รู้สึกว่ามันดีกว่าเรื่องย่อ ก็ให้เขียนเรื่องย่อ สำหรับเรื่องที่แตกออกมาเสีย อย่าลบเรื่องเก่านะคะ แล้วลองให้เพื่อนอ่านเปรียบเทียบดูว่า เรื่องไหนที่สนุกกว่ากัน
ที่กล่าวมา เป็นเพียงตัวอย่างที่อยากให้เห็นภาพกันว่า จากแรงบันดาลใจจุดหนึ่ง สามารถขยายให้เป็นเรื่องราวได้ ตัวเอง หลายเรื่องที่เขียนเพราะอยากได้พระเอกเป็นนักดับเพลิง นักฮอกกี้ ซุปเปอร์สตาร์ลูกหนัง หรือนางเอกที่เจ้าเล่ห์ แสนกล แล้วค่อยขยายวงกว้างด้วยการถามตัวเองว่า วางตัวละครพวกนี้ไว้ตรงไหน เรื่องราวอย่างไร แล้วจึงจะสนุก
สำคัญที่สุดคือ พลอตที่เราคิด ถ้ามันสนุกมากพอ ก็จะดึงเราให้เขียนจนจบได้อย่างรวดเร็ว เพราะถ้าเรารู้สึกเบื่อที่จะเขียนเมื่อไหร่ เราก็ถามตัวเองเป็นอับดับแรกเลยว่ามันไม่สนุกพอใช่ไหม แต่ถ้ามันสนุก มันจะช่วยกระตุ้นให้เราอยากเขียนจนไม่อยากหยุดแน่นอนค่ะ
สำหรับวิธีการคิดพลอต ดิฉันก็มีคำแนะนำเพียงเท่านี้ อาจจะไม่ครอบคลุมข้อสงสัยทั้งหมด แต่หากน้องๆ เพื่อนๆ สงสัยสิ่งใดเพิ่มเติมก็อีเมล์มาถามได้ที่ editor.bookdd@gmail.com หากไม่เกินความสามารถ ดิฉันก็จะพยายามตอบให้ครบทุกคำถามค่ะ
พบกันใหม่ฉบับหน้าค่ะ
ณารา


CONVERSATION