วรรณวรรธน์ กับผลงานที่ภาคภูมิใจ



วันนี้...วันที่บทสัมภาษณ์นี้เผยแพร่บนเว็บไซต์ของเรานั้น เป็นวันเดียวกันกับที่ละครเรื่องหนึ่งกำลังจะออนแอร์ในค่ำคืนนี้ ไม่ต้องเดาให้เหนื่อย เพราะจะเฉลยตรงนี้เลยว่าละครที่เรากำลังพูดถึง คือ ฤกษ์สังหาร ของพี่วรรธ หรือ “วรรณวรรธน์” นั่นเอง



เรื่องนี้ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 2548 กว่าจะได้ปรากฏบนจอแก้วก็ล่วงมาถึงปี 2562 แล้ว นับว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่มีคนรอวันจะได้ชมทางจอแก้วกันมากมาย
ก่อนจะดูละคร...เราพาคุณมาพูดคุยกับเจ้าของบทประพันธ์เรื่องนี้ พี่วรรธ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “วรรณวรรธน์”

แนะนำตัวเองสักนิดนะคะ
คนรู้จักพี่ในนามปากกา "วรรณวรรธน์"  ในส่วนชื่อจริง จะคล้ายกับนามปากกา คือ วรรธนวรรณ  จันทรจนา ชื่อเล่นที่รู้จักกันคือ พี่วรรธ แต่คนในเน็ต จะเรียกพี่เล่นๆ ว่า เจ้าป้า  เป็นคำที่เรียกกันในเพื่ิอนในเน็ตที่คุ้นๆ กัน  พี่เรียนหนังสือมาทางสายกฎหมายมหาชนค่ะ  จบจากปริญญาโท นิติศาสตร์ มหาบัณฑิต  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ตอนนี้ทำงานประจำหรือว่าเขียนหนังสือเป็นอาชีพคะ
พี่ทำงานประจำอยู่ที่ศาลปกครอง ตำแหน่ง ผู้อำนวยการกลุ่มสนับสนุนงานวิชาการ  ส่วนงานเขียน ก็ทำไปควบคู่กันค่ะ

เริ่มเขียนหนังสือเมื่อไร นานไหมกว่าจะได้ตีพิมพ์เล่มแรก และตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ใดคะ
นิยาย เล่มแรกของพี่ ชื่อ “อัสวัด ราชันย์แห่งความมืด”  ตีพิมพ์เมื่อ ปี 2547 กับ สนพ. ณ บ้านวรรณกรรม ค่ะ  ตอนนั้นแค่คิดว่า  อยากเขียนนิยายให้จบสักเรื่อง  ก็เขียนเรื่องนี้ออกมา แล้วก็สามารถได้รับการตีพิมพ์

อยากทราบว่าผลงานสร้างชื่อหรือผลงานที่ภาคภูมิใจคือเรื่องใดคะ
พี่ภูมิใจกับงานของพี่ทุกเรื่องเลยค่ะ  เพราะกว่าจะเขียนจบแต่ละเรื่องก็มีอะไรให้คิด มีความยาก ความลำบาก ให้พูดถึงความประทับใจ  ความตั้งใจที่ทำงานชิ้นนั้นๆ ออกมา  

พี่วรรธมีวิธีการทำงานอย่างไร ใช้เวลานานไหมกว่าจะเขียนจบหนึ่งเรื่อง
แล้วแต่ข้อมูล กับการประมวลผลค่ะ  ถ้าเราตกตะกอนกับข้อมูล และแนวทางนำเสนอก็จะออกมาได้เร็ว   อย่างฤกษ์สังหาร ใช้เวลาไม่กี่เดือนเลย

พูดถึงเรื่องข้อมูล ถ้าใครได้อ่านนิยายของวรรณวรรธน์แล้วมักรู้ว่าไม่ธรรมดาในแง่ของข้อมูล เพราะหลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่ต้องค้นคว้าในเชิงประวัติศาสตร์เยอะมาก อย่างเช่น ข้าบดินทร์ หนึ่งด้าวฟ้าเดียว หรืออย่าง จันทราอุษาคเนย์ พี่วรรธมีวิธีการอย่างไรในการจัดการกับข้อมูลมากมายเหล่านี้เพื่อนำมาใช้ในงานเขียนคะ
ข้อมูลที่หยิบมาทำในนิยายแต่ละเรื่องจะเป็นเรื่องที่พี่สนใจอยู่แล้วหรือมีข้อมูลอยู่   แล้วถึงได้อยากนำเสนอในรูปแบบนิยาย  ให้คนอ่านได้รับอะไรมากกว่าความสนุกของรูปแบบนิยาย  บางทีก็เป็นความท้าทายว่า เราจะสามารถดัดแปลงข้อมูลยากๆ ในมือ ผ่านวิธีการเล่าเรื่องที่ง่ายๆ ได้หรือไม่  พวกนี้เป็นโจทย์ที่พี่ตั้งไว้ในการทำงานแต่ละเรื่องของพี่ค่ะ 
 
แล้วหาข้อมูลอย่างไรบ้างคะ
ส่วนใหญ่ประเด็นของข้อมูลที่จะเขียนนิยาย เป็นข้อมูลที่พี่มีอยู่แล้ว  หรือพอจะทราบอยู่แล้ว  เวลานำมาดัดแปลง ศึกษาเพิ่มเติมก็จะไม่อยากเท่าไหร่  จะเป็นการเพิ่มเติมในด้านกลเม็ดวิธีการเล่าเรื่องที่จะนำมาปรุงแต่งในแต่ละเรื่องเท่านั้นค่ะ

มีเรื่องไหนที่พี่วรรธรู้สึกว่ายากสุดไหมคะ
ที่ยากสุดตอนนี่คงต้องยกให้ เล่ห์บรรพกาลค่ะ เพราะเป็นเรื่องของความซับซ้อนของตัวละครของเรื่องนี้มากกว่าที่เคยเขียนมาทุกเรื่องและทุกตัวละคร  และตัวละครทุกตัวมีความเชื่อมโยงกันหมด  ตัวละครหลักก็มากถึง 4-5 คน  แล้วยังมีชีวิตของตัวเองในพาร์ตอดีตแยกส่วนกันหมด  เป็นการสร้างพลอตนิยายเป็นร้อยๆ พลอตเพื่อเล่าเรื่องออกมาในเส้นเรื่องเดียวกัน เป็นความยากแต่ท้าทายอีกเรื่องหนึ่งเลยค่ะ

 พอจะแนะแนวทางสำหรับนักเขียนรุ่นใหม่ที่อยากเขียนแนวอิงประวัติศาสตร์ไหมคะ
พี่อยากฝาก ให้คนที่สนใจทำงานเขียนเชิงอิงประวัติศาสตร์ อย่าท้อค่ะ คนที่สนใจทางนี้ทุกคน พี่รู้ว่าล้วนเกิดจากมีความตั้งใจกันทั้งนั้น แต่ถ้ามีคำว่าท้อ เกิดขึ้นขณะทำงาน หรือ พอเห็นกำแพงความยากของงานอยู่ตรงหน้าก็จะลดเพดานการทำงานเอาแค่พอผ่านๆ หากเป็นเช่นนั้นงานอิงประวัติศาสตร์จะเป็นเพียงแค่ฉากเล่าเรื่องที่ไม่มีบริบทสำคัญอะไร ดังนั้นคนเขียนถ้าไม่ท้อ ก็จะมีลูกฮึด ลูกอดทน ขยัน และเรี่ยวแรงแห่งการค้นคว้า การศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมก็จะตามมา ก็จะทำให้มีภาพที่กว้าง และลึกในข้อมูลประวัติศาสตร์ที่นำมาเสนอ ก็จะสามารถสร้างงานเล่าเรื่องที่ดีมีคุณภาพ ที่งดงามเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่องได้  งานนิยายอิงประวัติศาสตร์บ้านเรายังมีพื้นที่ให้ทำอีกมาก ทั้งด้านข้อมูล และเทคนิคทางด้านนิยายค่ะ อยากให้มีงานอิงประวัติศาสตร์ที่มีคุณภาพเกิดขึ้นในบ้านเรามากยิ่งขึ้นค่ะ 

ขอย้อนกลับไปพูดถึงเรื่องฤกษ์สังหาร ทราบว่ากำลังจะเป็นละครออนแอร์ใช่ไหมคะ รู้สึกอย่างไรคะที่ได้เห็นละครจากบทประพันธ์ของเรา โดยเฉพาะเรื่องฤกษ์สังหาร ทราบมาว่าเคยมีผู้จัดสนใจสอบถามมาหลายราย แต่ก็เงียบหายไป
จริงๆแล้วเรื่องนี้ทางช่องโทรทัศน์อยากนำเสนอเป็นรูปแบบละครมาก แต่ท้ายสุดก็มาลงตัวกับทางช่อง One  ในวันนี้ เพราะเรื่องนี้เป็นนิยายที่พลอตแปลก ตอนที่เขียนพี่ก็สนุกมากกับงานข้อมูลโหราศาสตร์ และการนำเสนอเรื่อง เป็นนิยายที่เขียนด้วยความสนุกจริงๆ และดีใจที่คนอ่านหลายๆ ท่านก็พูดว่าเรื่องนี้อ่านได้สนุก  แค่นี้ก็ชื่นใจคนทำงานที่สุดแล้วค่ะ ยิ่งวันนี้จะได้ชมเป็นละคร ก็คิดว่าน่าจะเป็นละครที่สนุกอีกเรื่องหนึ่ง   แต่ก็นั่นละค่ะ ในหนังสือเราสามารถวาดภาพได้หลายอย่างในมิติของการอ่าน แต่การทำเป็นละครก็จะมีเรื่องของการสร้างภาพและการเล่าเรื่องแบบภาพละคร ก็ย่อมมีอะไรที่ต่างไปบ้าง แต่ทางผู้สร้างคงรักษาความสนุกในแบบฉบับฤกษ์สังหารไว้ได้อย่างครบถ้วน หรืออาจจะลุ้นมากกว่า เพราะเป็นภาพของละคร ถึงอยากจะชวนให้ทุกๆท่านได้มาชมกันค่ะ

ช่วงเวลาไหนของวันที่ชอบที่สุด รู้สึกว่าทำงานได้ลื่นไหลไม่ติดขัดคะ
กลางคืนค่ะ ดึกๆจะเขียนงานได้เยอะมาก  แต่ก็นั่นละ มักจะพ่ายสังขาร แล้วระยะหลังสุขภาพไม่เอื้อต่อการอดนอนทำงานเหมือนแต่ก่อนจริงๆ

ปกติเขียนแนวไหน มีแนวไหนที่ยังไม่เคยเขียนและอยากลองเขียนดู
พี่ชอบเปลี่ยนแนวเขียนเรื่อยๆ  แต่ก็ขึ้นอยู่กับข้อมูลในมือด้วย   ส่วนใหญ่ที่เขียนคือนิยายที่เราอยากเขียน  เราอยากรู้ อยากสนุกด้วย บางอย่างที่รู้แต่ยังไม่มากพอ ก็ต้องค้นคว้าเพิ่ม นั่งอ่านหนังสือใหม่  หรือ ออกไปดูสถานที่ ศึกษาจากของจริงหาประสบการณ์ตรง  ถ้าหากการเรียนรู้ใหม่โดยที่เราไม่รู้สึกอิน หรือสนใจจริงๆ ก็จะไม่พยายามเขียน   แต่ทุกวันนี้พี่ก็มีแผนโครงการที่จะเขียนอีกหลายเรื่องแล้ว ที่อยากเขียนถึงค่ะ

พอจะเกริ่นถึงเรื่องต่อไปที่เราจะได้อ่านให้ฟังได้ไหมคะ เป็นแนวไหน อิงประวัติศาสตร์แนวถนัดหรือเปล่าคะ และคาดว่าจะเขียนจบเมื่อไร
เรื่องหน้าจะแนว ลึกลับ ตื่นเต้น ไสยศาสตร์ค่ะ  งานนี้คงจะเล่นแนวๆคุณไสยแบบฤกษ์สังหาร คงมีอะไรให้สนุกลุ้นๆกัน คาดวา ปลายปีน่าจะได้อ่านกันแล้วค่ะ 

เวลาทำงาน(เขียน) ของอะไรที่ต้องมีติดไว้ตลอด ขาดไม่ได้
แต่ก่อนคงตอบว่า คอมพิวเตอร์ เดี๋ยวนี้ บางทีอยากเขียนก็นั่งเขียนในมือถือได้แล้วค่ะ   อยู่ที่ว่า... อะไรออกมาพอดี ก็จะบันทึกไว้ จดไว้ แล้วเอาไปขยายความทีหลัง

สุดท้ายอยากฝากอะไรถึงคนอ่านไหมคะ
อยากขอบพระคุณทุกๆ ท่านมากกว่าค่ะ ถ้าวันที่พี่เขียนหนังสือเล่มแรกไม่มีคนอ่านงาน ก็คงไม่มี วรรณวรรธน์ ที่เขียนงานมาจนถึงวันนี้ ขอบพระคุณที่ให้โอกาส ขอบพระคุณที่กรุณาเปิดงานวรรณวรรธน์อ่าน กำลังใจคนทำงานไม่มีอะไรเทียบเท่าเสียงจากท่านผู้อ่านได้เลยค่ะ ขอกราบขอบพระคุณและขอกราบฝากงานที่ทำไว้และที่จะเขียนออกมาในวันข้างหน้ากับทุกๆ ท่านด้วย อยากให้อ่านงานของพี่ด้วยความสุข สนุกและถูกใจมากที่สุด มีอะไรไม่ชอบก็แนะนำกันได้ค่ะ หากทำได้พี่ก็จะพยายามเขียนหนังสือไปจนกว่าจะไม่มีแรงเขียนค่ะ.... ขอสัญญา 💓  รักคนอ่านที่สุด จากหัวใจ💓

อ่านบทสัมภาษณ์จบไปแล้ว คืนนี้เวลา 21.20 น. อย่าลืมเกาะขอบจอรอติดตามชมละครทางช่อง ONE กันด้วยนะคะ ทีมงานต้องขอขอบพระคุณพี่วรรธ หรือ เจ้าป้าของแฟนๆ ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

CONVERSATION

Back
to top