ในยุคนี้ที่นักเขียนหลายคนหันมาพิมพ์หนังสือกันเอง มีนิยายออกมามากมายให้เลือกสรรมาอ่าน เคยสงสัยกันไหมคะ ว่านวนิยายเล่มแรกของไทย คือเรื่องอะไร
วิทยาการการพิมพ์เข้ามาในประเทศไทยในปี พ.ศ. ๒๓๗๘ โดยคณะมิชชันนารีชาวอเมริกัน ต่อจากนั้นในปี พ.ศ. ๒๔๐๐ จึงเกิดหนังสือพิมพ์ฉบับแรกของไทย ชื่อ “ราชกิจจานุเบกษา” ซึ่งยังคงมีอยู่มาจนปัจจุบันนี้ และทำให้เกิดหนังสือพิมพ์ตามมาอีกหลายฉบับ
แล้วนิยายเล่า...เริ่มเกิดขึ้นเมื่อไร หลายคนอาจจะคิดว่าเรื่อง “สนุกนิ์นึก" ซึ่งแต่งโดยกรมหลวง พิชิตปรีชาการ ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือวชิรญาณวิเสศ (แผ่น ๒๘ วันที่ ๖ เดือน ๘ ปีจอ อัฐศก ๑๒๔๘) เป็นเรื่องแต่งซึ่งมีแนวโน้มจะเป็นวนิยายเรื่องแรกของไทยโดยแต่งเลียนแบบนวนิยายตะวันตก อย่างไรก็ตามเรื่องนี้แต่งได้เพียงตอนเดียวก็ถูกระงับ เนื่องจากโดนกล่าวหาว่าเนื้อหากระทบกระเทียบต่อศาสนาในสมัยนั้น
ดังนั้นนวนิยายที่จบสมบูรณ์เรื่องแรกของไทยจึงเป็นนวนิยายแปลเรื่อง "ความพยาบาท" ที่ แม่วัน หรือ พระยาสุรินทราชาแปลมาจากหนังสือชื่อ Vendetta! Or the Story of One Forgotten ของ Marie Corelli ซึ่งวางตลาดในอังกฤษเมื่อ พ.ศ.๒๔๒๙ เป็นนวนิยายเรื่องที่สองของเธอและส่งชื่อเสียงของเธอให้โด่งดังขึ้น หลังจากนวนิยายเรื่องแรกคือ A Romance in Two Worlds ประสบผลสำเร็จในฐานะนวนิยายของนักเขียนหน้าใหม่มาแล้ว
สิบสี่ปีหลังจาก Vendetta! ออกวางตลาดเป็นครั้งแรก นักเรียนไทยคนหนึ่งซึ่งเคยไปเรียนที่อังกฤษและมีความรู้ทางภาษาอังกฤษอย่างแตกฉานก็นำเรื่องนี้มาแปลเป็นภาษาไทย นักเรียนไทยคนนั้นคือ พระยาสุรินทราชา หรือ “แม่วัน” นั่นเอง
แม่วัน”แปลเรื่องนี้ด้วยภาษาสมัยใหม่ไพเราะ ได้อรรถรสและได้อารมณ์สะเทือนใจอย่างดีเยี่ยม แต่ว่าท่านไม่ได้แปลหมดทั้งเรื่อง คงแปลเฉพาะเนื้อเรื่องอันเป็นหัวใจสำคัญการตัดรายละเอียดที่ท่านอาจจะเห็นว่าไม่จำเป็นคือไม่เป็นที่เข้าใจของคนไทยในสมัยนั้นออกเสีย ส่วนที่ท่านตัดออกคือเนื้อหาการสะท้อนสังคมและการวิจารณ์สังคมอังกฤษอันเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญประการหนึ่งของนวนิยายเรื่องนี้
เหตุที่แม่วันตัดบทวิพากษ์วิจารณ์ออกไปคงเป็นเพราะท่านเห็นว่าเป็นรายละเอียดปลีกย่อยไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อเรื่องโดยตรง อีกเหตุผลหนึ่งคือความแตกต่างทางสังคมระหว่างตะวันตกและตะวันออก สังคมไทยสมัยนั้นมีนักศึกษาจบนอกที่รู้จักสังคมฝั่งตะวันตกอยู่ไม่มาก และมีผู้อ่านหนังสืออย่างลักวิทยาหรือทวีปัญญาอยู่เพียงกลุ่มเล็กๆ กลุ่มเดียว ท่านจึงแปลเฉพาะเนื้อเรื่องส่วนที่เกี่ยวกับชีวิตของเคานต์ฟาบีโอ โรมานี ซึ่งได้อรรถรสครบถ้วนในส่วนที่เป็นเนื้อหาสำคัญของเรื่อง (ดร.แพรมนและนายตะวัน จาก เว็บเรือนไทย)
ร.ศ.๑๒0(พ.ศ.๒๔๔๔) เรื่อง “ความพยาบาท” ได้เริ่มปรากฏในนิตยสารชื่อ “ลักวิทยา” เป็นครั้งแรกโดยตีพิมพ์เป็นตอนๆ
นิยายแปลเรื่อง “ความพยาบาท” นี้สร้างแรงจูงใจให้ "ครูเหลี่ยม" เขียนนวนิยายไทยที่เป็นเนื้อเรื่องแบบไทยแท้ล้อเลียนเรื่องแปลของแม่วัน โดยใช้ชื่อว่า "ความไม่พยาบาท" ในปี พศ. ๒๔๕๘ จึงอาจนับได้ว่า นวนิยายไทยเรื่องแรกคือเรื่อง “ความไม่พยาบาท” นั่นเอง
งานเขียนเรื่องสั้นและนวนิยายยังคงมีวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ ๗ ราวปี พ.ศ. ๒๔๗๑-๒๔๗๒ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอีกช่วงหนึ่งของประวัติวรรณคดีไทย เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เกิดนักเขียนซึ่งทำให้เกิดเป็นแรงบันดาลใจให้มีการเขียนเรื่องสั้นและนวนิยายในยุคต่อมา
ในปี พ.ศ. ๒๔๗๑ กุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือ ศรีบูรพา แต่ง "ลูกผู้ชาย" ซึ่งได้รับความนิยมมาก พศ. ๒๔๗๒ ดอกไม้สด แต่ง "ศตรูของเจ้าหล่อน" และ หม่อมเจ้าอากาศ ดำเกิงรพีพัฒน์ แต่ง "ละครแห่งชีวิต"
นักเขียนทั้งสามท่านเขียนเรื่องราวออกมาจากโดยใช้พลอต หรือแนวเรื่องแตกต่างจากนวนิยายต่างประเทศ ในสมัยนั้น ทำให้ทั้งสามท่านได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ริเริ่มให้เกิดการเขียนซึ่งวางโครงเรื่องเป็นแบบ ไทย และเป็นต้นแบบการเขียนนวนิยายมาจนถึงปัจจุบัน
- http://www.reurnthai.com/index.php?topic=922.0
- https://www.facebook.com/bookmass.com.fanpage/posts/1096749163675626/
- http://www.digitalrarebook.com/index.php?lay=show&ac=cat_show_pro_detail&pid=71035
- https://www.dek-d.com/writer/12026/



CONVERSATION